10 โปรแกรมแต่งรูปฟรี ทางเลือกดี ๆ ของคนไม่มี โปรแกรม Photoshop



เมื่อ :
ผู้เข้าชม : 115,388
เขียนโดย :
image_big
image_big

10 โปรแกรมแต่งรูปฟรี ทางเลือกดี ๆ ของคนไม่มี Photoshop

ถึงแม้ว่า โปรแกรม Photoshop จะเป็น โปรแกรมแต่งรูป (Photo Editing Software) ยอดนิยมอันดับ 1 ที่สามารถแก้ไขและปรับแต่งรูปภาพได้แบบ "ครอบจักรวาล" หรือ "ออลอินวัน (All-in-One)" ที่ไม่ว่าคุณจะมีฝีมือระดับพื้นฐาน หรือฝีมือฉมังระดับที่ยึดเป็นอาชีพหลักก็สามารถใช้งานได้ แต่ในความครอบคลุมของมัน ก็ตามมาด้วยค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวที่ค่อนข้างสูง ซึ่งดูเป็นการสิ้นเปลืองไปสักหน่อยสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่ได้ใช้โปรแกรมนี้เพื่อทำงานในเชิงพาณิชย์ (เช่นพวกมือสมัครเล่น หรือ ฟรีแลนซ์) เราก็เลยมีตัวเลือกของฟรีที่ดีใกล้เคียงมาฝาก

โดยช่วงท้ายของบทความเรามี ตารางสรุปฟังก์ชันการใช้งานเปรียบเทียบโปรแกรมแต่งรูปแต่ละโปรแกรม มาให้ดูกันอีกด้วยนะ

เนื้อหาภายในบทความ

  1. โปรแกรม GIMP
  2. โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer
  3. โปรแกรม Canva
  4. โปรแกรม Fotor
  5. โปรแกรม Photo Pos Pro
  6. โปรแกรม Paint.NET
  7. โปรแกรม PhotoScape
  8. โปรแกรม Pixlr X
  9. โปรแกรม Adobe Photoshop Express Editor
  10. โปรแกรม PiZap
  11. สรุปเปรียบเทียบการใช้งานโปรแกรมแต่งรูป

1. โปรแกรม GIMP

โปรแกรม GIMP มีชื่อย่อมาจาก GNU Image Manipulation Program เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่มีความสามารถในการปรับแต่งค่อนข้างครบเครื่อง และมีเครื่องมือหลายชิ้นที่มักพบในโปรแกรมที่ต้องเสียตังค์เป็นส่วนใหญ่ แต่ที่นี่เปิดให้ใช้กันฟรี ๆ แถมยังมีมาให้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลยด้วย

โปรแกรม GIMP
ล่าสุดมีอัปเดตฟอนต์ภาษาต่าง ๆ เพิ่มมาให้แล้ว
Credit: https://www.gimp.org/news/2020/12/25/gimp-2-99-4-released/

สำหรับเครื่องมือปรับแต่งภาพของโปรแกรมนี้ มีฟังก์ชันเลเยอร์, มาส์ก, เส้นโค้ง, และเลเวล ให้ใช้กัน และสามารถแก้ไขจุดบกพร่องได้ด้วย Clone Stamp และ Healing Tools รวมถึงการสร้างแปรงแบบ Custom, เปลี่ยนมุมมอง Perspective และเปลี่ยนพื้นที่ที่กำหนดให้เปลี่ยนไปตามที่ต้องการด้วย Smart Selection Tools ได้

โปรแกรม GIMP

โปรแกรม GIMP เป็น ซอฟต์แวร์เปิดเผยซอร์สโค้ด (Open Source Software) ที่เปิดให้ใช้งานฟรี และมีคอมมูนิตี้ระหว่างผู้ใช้งานและผู้พัฒนาที่ช่วยกันสร้างคอลเลคชันปลั๊กอินของโปรแกรมนี้ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้โปรแกรมนี้มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นด้วย

และโดยส่วนใหญ่แล้ว ปลั๊กอินอันไหนที่เป็นประโยชน์หรือเป็นเครื่องมือที่จำเป็นต่อการใช้งานอยู่แล้ว มักจะมาพร้อมกับตัวติดตั้งให้เลยโดยตรง และถ้าอยากได้ปลั๊กอินตัวไหนเพิ่มเติม ก็สามารถดาวน์โหลดเพิ่มจากเว็บไซต์ผู้พัฒนาได้เลย และถ้ายังไม่พอ ยังสามารถติดตั้งปลั๊กอิน ของ โปรแกรม Photoshop เพิ่มไปเลยตรง ๆ ได้อีกต่างหาก

จุดเด่น ของโปรแกรม GIMP

  • ใช้งานได้หลากหลายแพลตฟอร์ม
  • ไม่มีโฆษณากวนใจ
  • มีเครื่องมีปรับแต่งขั้นสูงเยอะ

จุดสังเกต ของโปรแกรม GIMP

  • ใช้งานยากสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น

อ่านรีวิวโปรแกรม GIMP

ดาวน์โหลดโปรแกรม GIMP

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

2. โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer

โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer อาจเป็นคำตอบของคุณ ถ้าคุณมีรูปที่ต้องจัดการเป็นจำนวนมากในเวลาเร่งด่วน ด้วยอินเตอร์เฟซที่เรียบง่าย ไม่รกหูรกตา และตัดความรำคาญเรื่องโฆษณามากวนใจไปได้ด้วย (แต่ต้องใส่อีเมลก่อน)

โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer
Credit: https://www.ashampoo.com/en/usd/pin/1657/multimedia-software/photo-optimizer-8

การนำเข้าไฟล์รูปภาพเข้ามาจัดการนั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเมื่อนำเข้ามาแล้ว เราสามารถเลือกที่จะหมุนรูปหรือกลับด้านรูปได้หลายรูปด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ทำให้ประหยัดเวลาไปได้มาก (คนถ่ายรูปด้วยมือถือน่าจะได้ใช้กันบ่อย ๆ) นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปมาแก้ไขทีละรูปแล้วใช้ฟีเจอร์ One-click Optimization เพื่อปรับแต่งในคลิกเดียวได้เหมือนกัน ซึ่งจากการทดสอบแล้ว ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ดีกับรูปวิวเป็นส่วนใหญ่ (ส่วนรูปอื่น ๆ ก็ต้องดูเป็นรูป ๆ ไปนะ)

โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer

ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนสีแบบแมนวลและแก้ไข Exposure ภายในโปรแกรมก็มีตัวเลือกให้เลือกใช้เพียบ แต่น่าเสียดายตรงที่ไม่สามารถเปลี่ยนสีเดียวกันให้กับทุกรูปที่เลือกพร้อม ๆ กันได้ แต่อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นโปรแกรมแต่งรูปฟรีที่สามารถใช้งานได้เพียงพอสำหรับการแก้ไขแบบรวดเร็วทันใจแล้วล่ะ

จุดเด่น ของโปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer

  • มีฟังก์ชันปรับแต่งได้ในคลิกเดียว
  • การควบคุมแบบแมนวลทำได้ดี
  • มีหน้าจอของผู้ใช้งาน (User Interface) ที่เรียบง่าย

จุดสังเกต ของโปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer

  • ฟังก์ชันปรับแต่งแบบอัตโนมัติอาจต้องเสี่ยงดวงหน่อย ถ้าปรับดีก็ดีไปเลย ปรับแย่ก็คือเลือกปรับเองดีกว่า

ดาวน์โหลดโปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • ถ้าต้องการฟีเจอร์การปรับแต่งขั้นสูง สามารถจ่ายเงินเพื่อซื้อ Ashampoo Photo Optimizer 8 มาใช้งานได้ในราคา $29.99 (ราว 910 บาท)

3. โปรแกรม Canva

โปรแกรมแต่งรูป Canva เป็นโปรแกรมที่สามารถปรับแต่งรูปภาพได้โดยใช้การรันบนเบราว์เซอร์ และเป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับการจัดทำการ์ดรูปแบบต่าง ๆ, โปสเตอร์, บัตรเชิญ, และรูปสำหรับโพสต์ลง โซเชียลมีเดีย เป็นประโยชน์มาก ๆ สำหรับคนที่ทำงานแบบออนไลน์อยู่แล้ว

โปรแกรมแต่งรูป Canva
Credit: https://www.canva.com/th_th/features/

โดย โปรแกรม Canva จะมีทั้งรูปแบบฟรีและเสียตังค์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวที่เป็นโปรแกรมฟรีก็มีฟีเจอร์พื้นฐานเพียงพอแล้วสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สามารถสมัครใช้งานได้เพียงแค่ใส่อีเมลลงไป หลังจากนั้นก็จะได้พื้นที่คลาวด์มาใช้งานฟรี ๆ 1 GB. สำหรับการใช้งาน นอกจากนี้ยังจะได้สิทธิ์ในการเรียกใช้เทมเพลตอีกกว่า 8,000 รายการ และโฟลเดอร์เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีก 2 โฟลเดอร์ด้วย

โปรแกรมแต่งรูป Canva
Credit: https://www.canva.com/th_th/features/ 

ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถใช้งานเครื่องมือบางอย่างที่เป็นเครื่องมือขั้นสูงอย่าง Clone Brushes หรือ Smart Selectors ได้ แต่ก็มีตัวเลือกสำหรับการย้อมสีและใส่เอฟเฟคให้รูปอย่าง Tints, Vignette Effects, การทำให้ภาพคมชัดขึ้น (Sharpening), ปรับความสว่าง, ความเข้มของสี, คอนทราสต์ของรูป, ฯลฯ ได้ ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเพิ่มและแก้ไขตัวอักษรก็สามารถใช้งานได้ง่าย แถมยังมีตัวเลือกพื้นหลังและรูปกราฟิกอื่น ๆ ให้เลือกอีกเพียบ

จุดเด่น ของโปรแกรม Canva

  • มีเทมเพลตให้เลือกหลากหลาย
  • มีพื้นที่เก็บไฟล์บนคลาวด์ให้ใช้ด้วย
  • มีเวอร์ชันแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนให้ใช้งาน

จุดสังเกต ของโปรแกรม Canva

  • ไม่มีเครื่องปรับแต่งแบบละเอียดเท่าไหร่

ดาวน์โหลดโปรแกรม Canva

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

4. โปรแกรม Fotor

โปรแกรมแต่งรูป Fotor เป็นโปรแกรมแต่งรูปที่เน้นไปที่การปรับรูปให้ดูดีขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว ถ้ามีบริเวณที่ต้องการปรับจูนหรือแก้ไขจุดบกพร่องโดยใช้เครื่องมือ Clone Brush หรือ Healing Tool แล้วล่ะก็ โปรแกรมนี้จะไม่มีให้ แต่ถ้าแค่ปรับแบบง่าย ๆ ก็พอมีฟิลเตอร์ที่สวยงามในระดับ Hi-end พอทดแทนได้อยู่

โปรแกรมแต่งรูป Fotor
Credit: https://www.fotor.com/

ในส่วนของ Tilt-shift Tool นั้น เช่น การปรับ สามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านระบบเมนูของ Fotor ซึ่งเราสามารถกำหนดระดับเลเวลและความโค้งได้แบบแมนวล แต่ไม่สามารถใช้งานเครื่องมือที่มีความซับซ้อนขึ้นไปกว่านั้นได้

โปรแกรมแต่งรูป Fotor
Credit: https://www.fotor.com/

ส่วนฟังก์ชันที่โดดเด่นของ Fotor เป็นฟังก์ชันที่มักไม่มีให้ใช้ในโปรแกรมแต่งรูปเวอร์ชันฟรีกัน นั่นก็คือ Batch Processing Tool หรือเครื่องมือที่เอาไว้จัดการรูปภาพจำนวนหลาย ๆ รูปพร้อมกันนั่นเอง เหมาะสำหรับการใส่ฟิลเตอร์, ย้อมสี หรือหมุนภาพพร้อมกันทีเดียวหลาย ๆ รูป

จุดเด่น ของโปรแกรม Fotor

  • มีฟิลเตอร์ระดับพรีเมียมให้ใช้
  • สามารถแก้ไขหลายรูป (Batch Image) พร้อมกันได้
  • มีตัวเลือกส่งออกไฟล์ความละเอียดสูง

จุดสังเกต ของโปรแกรม Fotor

  • ไม่รองรับปลั๊กอินเสริม

ดาวน์โหลดโปรแกรม Fotor

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

5. โปรแกรม Photo Pos Pro

โปรแกรมแต่งรูป Photo Pos Pro ไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่ากับ Paint.net หรือ GIMP เท่าไหร่นัก แต่ก็ถือเป็นอีกโปรแกรมฟรีอีกโปรแกรมหนึ่งที่มีคุณภาพในการตกแต่งแก้ไขไฟล์รูปภาพชั้นดี ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์และเครื่องมือขั้นสูงในการปรับแต่ง

โปรแกรมแต่งรูป Photo Pos Pro
Credit: https://www.photopos.com/PPP3_BS/Default.aspx

อินเตอร์เฟซของโปรแกรมนี้มีความฉลาด และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเมนูและแถบเครื่องมือของ GIMP ด้วยความที่ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ แต่ถ้าคุณยังรู้สึกว่ามันยังใช้งานยากไปหน่อย ตัวโปรแกรมก็ยังมีตัวเลือกเลย์เอาท์ระดับ "Novice" (ใครเล่นแรคต้องรู้จัก) ให้ใช้งานกันด้วย

ส่วนตัวเลือกเลย์เอาท์ระดับ "Expert" นั้น จะมีเครื่องมือให้เลือกทั้งการทำ Layer และ Layer Mask สำหรับงานตัดต่อที่ซับซ้อน เช่นเดียวกันกับการปรับแต่งเส้นโค้งและ Levels แบบแมนวล นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถึงฟิลเตอร์แบบคลิกเดียวได้ผ่านทางเมนูหลักได้เหมือนเดิม แต่ตัวโปรแกรมก็ยังคงเน้นไปที่การปรับแต่งแบบละเอียดอยู่ดี

โปรแกรมแต่งรูป Photo Pos Pro
Credit: https://www.photopos.com/PPP3_BS/Photo-Pos-Pro-Free-Photo-Editor.aspx

ถึงแม้ว่าตัวเวอร์ชันฟรีของ Photo Pos Pro จะอนุญาตให้ส่งออกไฟล์ได้ที่ความละเอียดแค่ 1,024 x 1,024 พิกเซล เท่านั้น แต่ก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาอะไรถ้าเกิดว่าจะใช้โปรแกรมนี้เพียงแค่จะแชร์รูปแบบออนไลน์ ซึ่งถ้าคุณต้องการจะเอาไปทำงานหรือสั่งปรินต์เป็นเรื่องเป็นราว อาจต้องพิจารณาใช้เวอร์ชันเสียเงินแทน

จุดเด่น ของโปรแกรม Photo Pos Pro

  • มีอินเตอร์เฟซที่เข้าถึงง่าย
  • สามารถเลือกโหมดในการใช้งานได้สองโหมดคือ โหมดเริ่มต้น และ โหมดขึ้นสูง

จุดสังเกต ของโปรแกรม Photo Pos Pro

  • จำกัดขนาดไฟล์ในการส่งออก
  • ไม่สามารถใช้งานข้ามแพลตฟอร์มได้

ดาวน์โหลดโปรแกรม Photo Pos Pro

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
  • หากต้องการส่งออกไฟล์ให้มีความละเอียดมากกว่า  1,024 x 1,024 px จะต้องใช้เวอร์ชันเสียเงินแทน

6. โปรแกรม Paint.NET

โปรแกรมแต่งรูป Paint.NET เป็นโปรแกรมที่คงความคลาสสิกแบบดั้งเดิมมาอย่างยาวนาน ด้วยความเรียบง่ายของโปรแกรมที่ถูกใช้เป็นจุดขายเสมอมา เพราะมันทำให้เข้าถึงส่วนเครื่องมือต่าง ๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเครื่องมือปรับแต่งอะไรมากมายเหมือน GIMP

โปรแกรมแต่งรูป Paint.NET
Credit: https://www.getpaint.net/

ถึงแม้ว่าจะฟังดูเป็นชื่อบ้าน ๆ เหมือนโปรแกรม Paint ของ Windows ไปสักหน่อย แต่นี่ไม่ใช่ตัวก๊อปปี้ของเวอร์ชัน Windows ที่ว่าแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าแรกเริ่มเดิมที ตัวโปรแกรมนี้จะถูกทำมาเพื่อให้มาแทนที่มันก็ตาม

โปรแกรมแต่งรูป Paint.NET
Credit: https://www.getpaint.net/features.html

หน้าตาอินเตอร์เฟซของโปรแกรม Paint.NET นั้น มีการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป โดยเครื่องมือการแก้ไขรูปต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Layer, ประวัติการ Undo, ฟิลเตอร์ที่มีให้, ปลั๊กอินที่คอมมูนิตี้ Myriad ช่วยกันคิดค้นขึ้นมา, และฟังก์ชันการหมุน / ซูมอัจฉริยะแบบ 3D ที่มีประโยชน์มาก ๆ ในการจัดวางตำแหน่งรูปใหม่

จุดเด่น ของโปรแกรม Paint.NET

  • รองรับการทำเลเยอร์และฟิลเตอร์
  • รองรับปลั๊กอิน

จุดสังเกต ของโปรแกรม Paint.NET

  • มีออปชันน้อยกว่า GIMP
  • ใช้งานได้เฉพาะบน Windows เท่านั้น

ดาวน์โหลดโปรแกรม Paint.NET

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

7. โปรแกรม PhotoScape

โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape อาจดูหน้าตาบ้าน ๆ ไปหน่อย แต่เมื่อลองแวะไปสำรวจที่เมนูหลักของโปรแกรมแล้วคุณจะพบว่ามีฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เลือกใช้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการแปลงไฟล์ RAW, การแยกและรวมรูป, การสร้างรูป GIF, หรือแม้กระทั่งฟีเจอร์ที่ดูแปลก ๆ ไปซะหน่อยอย่างฟังก์ชันการปรินต์เส้น, ปรินต์กราฟ, และปรินต์ชีทเพลง

โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape
Credit: https://photoscape.me/

ถึงแม้ว่าจะมีฟังก์ชันแปลก ๆ ให้ใช้งานกันด้วย แต่เนื้อแท้ของโปรแกรมก็ยังคงเป็นโปรแกรมปรับแต่งรูปภาพเหมือนเดิม โดยมีเครื่องถูกจัดเข้ากลุ่มแบบเรียงเข้ามาเป็นหน้า ๆ แน่นอนว่าด้วยหน้าตาโปรแกรมแบบนี้ มันคงไม่พยายามทำตัวเป็น Photoshop อย่างแน่นอน แถมฟีเจอร์ก็มีน้อยกว่าด้วย

โปรแกรมแต่งรูป PhotoScape
Credit: https://photoscape.me/

แต่ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานการปรับแต่งรูประดับมือสมัครเล่นแล้วล่ะก็ เรากลับอยากแนะนำให้คุณลองใช้โปรแกรมนี้ดู และถึงแม้ว่ามันจะเหมาะกับมือสมัครเล่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะใช้งานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้เอาเสียเลย เพราะฟิลเตอร์ของโปรแกรมนี้ก็ค่อนข้างมีความดีงามอยู่ในระดับหนึ่ง ฉะนั้น ก็ยังถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการปรับแต่งแบบรวดเร็ว รวมไปถึงการทำภาพให้คมขึ้น หรือเพิ่มฟิลเตอร์แบบละมุน ๆ ให้กับภาพได้ด้วย

จุดเด่น ของโปรแกรม PhotoScape

  • สามารถแปลงไฟล์ RAW ได้
  • มีฟิลเตอร์ให้เลือกเยอะ

จุดสังเกต ของโปรแกรม PhotoScape

  • อินเตอร์เฟซหน้าตาแปลก ๆ หน่อย
  • ตัวโปรแกรมจะพ่วง Google Drive มาด้วย

ดาวน์โหลดโปรแกรม PhotoScape

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

8. โปรแกรม Pixlr X

โปรแกรมแต่งรูป Pixlr X เป็นผู้สืบทอดของโปรแกรม Pixlr Editor ซึ่งเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่มีผู้นิยมใช้กันทั่วโลกในรูปแบบของโปรแกรมตัดต่อรูปแบบออนไลน์มาหลายปี

โปรแกรมแต่งรูป Pixlr X
Credit: https://blog.pixlr.com/how-to-make-a-glitch-effect-with-pixlr-x/

โดย Pixlr X ได้รับการปรับปรุงหลาย ๆ อย่างขึ้นมาจากรุ่นพี่ สำหรับบรรดาผู้เริ่มต้นใช้งาน โปรแกรมนี้ถูกสร้างขึ้นจาก HTML5 ทำให้สามารถรันบนเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ได้อย่างลื่นไหลและมีดีไซน์ที่สวยงาม ส่วนอินเตอร์เฟซของมันก็ทำให้เราคุ้นเคยกับการทำงานได้ไม่ยาก เพราะมีหน้าตาคล้ายกับ Photoshop Express และสามารถเลือกได้ว่าจะใช้ธีมมืดหรือธีมสว่าง

โปรแกรมแต่งรูป Pixlr X
Credit: https://blog.pixlr.com/announcement-our-new-release-pixlr-x/

ฟีเจอร์ที่มีให้ใช้กันภายในโปรแกรมก็เช่น การเปลี่ยนสีของรูป, ปรับความเข้มของโทนสี, ปรับความคมชัด, การเบลอภาพ, การทำขอบภาพมืด (Vignette), ใส่กรอบ, และการรวมรูปหลายรูปเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังรองรับการทำ Layer ที่มักไม่มีให้ใช้กันในโปรแกรมปรับแต่งภาพออนไลน์แบบฟรีหลาย ๆ โปรแกรม แถมยังมีเครื่องมือที่หลากหลายในการวาดรูปและลงสี ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีอีกโปรแกรมหนึ่งสำหรับงานที่ต้องใช้เครื่องมือหลากหลายประเภท

จุดเด่น ของโปรแกรม Pixlr X

  • ใช้ HTML5 แทน Flash
  • ดีไซน์สวยงาม

จุดสังเกต ของโปรแกรม Pixlr X

  • ไม่ครบเครื่องเท่า Pixlr Edition
  • มีการจำกัดขนาดภาพสูงสุดไว้ที่ 3,840 px

ดาวน์โหลดโปรแกรม Pixlr X

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

9. โปรแกรม Adobe Photoshop Express Editor

โปรแกรมแต่งรูป Adobe Photoshop Express Editor มีความสามารถตามชื่อเลย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือเวอร์ชันที่ถูกลดความสามารถลงมาจากโปรแกรมตัวเต็ม และเป็นเวอร์ชันที่ใช้งานบนเบราว์เซอร์ และถึงแม้ว่าจะเป็นเวอร์ชันเบราว์เซอร์ แต่กลับกลายเป็นว่ามีเครื่องไม้เครื่องมือให้ใช้เยอะกว่า Photoshop Express เวอร์ชันดาวน์โหลดเสียอีก ทว่า เวอร์ชันเบราว์เซอร์จะรองรับเฉพาะไฟล์ในรูปแบบ JPG ที่มีขนาดต่ำกว่า 16 MB. เท่านั้น

โปรแกรมแต่งรูป Adobe Photoshop Express Editor
Credit: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.adobe.psmobile&hl=en_US&gl=US

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ทำงานโดยมีพื้นฐานอยู่บน Flash แต่ถ้าใครไม่สะดวกใช้งานบนเว็บ ก็สามารถเลือกที่จะไปใช้งานบนแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนได้ เพราะมีให้เลือกใช้งานทั้งบน App Store และ Play Store

โปรแกรมแต่งรูป Adobe Photoshop Express Editor
Credit: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.adobe.psmobile&hl=en_US&gl=US

ถึงจะเป็นแค่เวอร์ชันฟรี แต่ก็มีฟังก์ชันที่คุณคาดหวังไว้ว่าจะได้ใช้งานจากโปรแกรมของค่าย Adobe ค่อนข้างครบถ้วน และแม้ว่าจะไม่ได้ทรงประสิทธิภาพทางด้านเครื่องมือเท่ากับคู่แข่งในระดับเดียวกัน (เฉพาะประเภทฟรี) แต่ก็มีเพียงพอต่อการใช้งานเพื่อการปรับแต่งรูปให้สมบูรณ์แบบแล้ว จะมีขัดใจนิดหน่อยก็แค่ในเรื่องของลิมิตขนาดไฟล์และประเภทไฟล์ในการอัปโหลด และไม่รองรับการใช้งาน Layer ก็เท่านั้น

จุดเด่น ของโปรแกรม Adobe Photoshop Express Editor

  • มีฟิลเตอร์ขั้นสูงให้ใช้
  • หน้าตาโปรแกรมออกแบบสวยงาม

จุดสังเกต ของโปรแกรม Adobe Photoshop Express Editor

  • ต้องการ Flash เพื่อใช้งาน
  • รองรับเฉพาะไฟล์สกุล JPG เท่านั้น

ดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe Photoshop Express Editor

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

10. โปรแกรม PiZap

โปรแกรมแต่งรูป PiZap เป็นโปรแกรมปรับแต่งรูปภาพที่สามารถใช้งานได้ฟรีทั้งในเวอร์ชัน HTML5 และ Flash ทำให้สามารถใช้งานได้บนทุกแพลตฟอร์ม สามารถเลือกรูปที่จะนำมาใช้งานได้ไม่ว่าจะเรียกจากฮาร์ดไดรฟ์, Facebook, Google Photos, Google Drive, Google Search, หรือแม้กระทั่งจากแคตตาล็อกบนเว็บไซต์รูปสต๊อก (Stock Images) ก็สามารถนำมาใช้งานได้ด้วย แต่ก็ต้องระวังเรื่องของลิขสิทธิ์รูปกันนิดนึงถ้าจะเอารูปจาก Google Images มาใช้กันเลยตรง ๆ น่ะนะ

โปรแกรมแต่งรูป PiZap
Credit: https://www.pizap.com/

หน้าตาอินเตอร์เฟซของ PiZap จะเป็นโทนมืดดีไซน์โมเดิร์นที่ต้องเลื่อนเมนูกันเยอะหน่อยเวลาอยากปรับอะไรแบบเร็ว ๆ แต่จะทำงานได้ดีกว่าและเร็วกว่าถ้าใช้บนอุปกรณ์แบบทัชสกรีน (เพราะแตะไอคอนและเมนูง่ายกว่า ไม่ต้องมานั่งลากเมาส์)

โปรแกรมแต่งรูป PiZap
Credit: https://chrome.google.com/webstore/detail/pizap-photo-editor/occpjibghkbopohbefbejkklnfdkdmok

เมื่อเราปรับแต่งรูปภาพเสร็จแล้ว ก็สามารถจัดการแชร์บนโซเชียลมีเดียที่ต้องการได้เลย หรือจะเลือกเซฟไฟล์บนเซิร์ฟเวอร์ของ PiZap เอง, Dropbox, และ Google Drive ก็สามารถทำได้ นอกจากนี้ยังสามารถเซฟงานลงฮาร์ดไดรฟ์, ส่งอีเมล, หรือทำเป็นโค้ดฝังเว็บไซต์ก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าต้องการส่งออกไฟล์แบบความละเอียดสูงแล้วล่ะก็ จะต้องเสียเงินใช้งานแบบพรีเมียมเอานะ 

จุดเด่น ของโปรแกรม PiZap

  • มีรูปสต๊อค (Stock Images) ให้ใช้ด้วย
  • มีเทมเพลตสำหรับทำโพสต์ลงโซเชียลมีเดียให้

จุดสังเกต ของโปรแกรม PiZap

  • เครื่องมือบางชิ้นต้องจ่ายเงินเพื่อใช้งาน
  • จำกัดความละเอียดสูงสุดที่ 1,310 x 737 พิกเซล

ดาวน์โหลดโปรแกรม PiZap

เงื่อนไขการใช้งาน

  • ใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

สรุปเปรียบเทียบการใช้งานโปรแกรมแต่งรูป

เพราะด้านบนมีโปรแกรมปรับแต่งภาพให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบมาก ๆ  ซึ่งในแต่ละโปรแกรมก็มีบางคุณสมบัติที่อีกโปรแกรมไม่มี ดังนั้นแล้ว เราก็เลยมีตารางสรุปฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งานแบบย่อ ๆ มาฝาก ว่าโปรแกรมไหนมีอะไร โปรแกรมไหนไม่มีอะไรบ้าง โดยจะเน้นไปที่การสรุปฟังก์ชันของเวอร์ชันใช้งานฟรีเป็นหลัก

โปรแกรมแต่งรูป แพลตฟอร์มที่รองรับ ใช้งานเลเยอร์ (Layer) จัดการหลายภาพพร้อมกัน ขนาดรูปในการส่งออก สกุลไฟล์ที่รองรับ HTML5 / Flash รองรับส่วนเสริม
1. GIMP Windows, macOS, Linux ไม่จำกัด มากกว่า 40 สกุลไฟล์ เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
2. Ashampoo Photo Optimizer Windows ไม่จำกัด JPG, PNG, BMP และ TIF เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
3. Canva Windows, macOS, Linux (บนเบราว์เซอร์), iOS, Android  ไม่จำกัด JPG, PNG และ PDF เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
4. Fotor Windows, macOS, Linux (บนเบราว์เซอร์) ไม่จำกัด JPG, PNG และ PDF เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
5. Photo Pos Pro Windows 1,024 x 1,024 px มากกว่า 15 สกุลไฟล์ เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
6. Paint.NET Windows ไม่จำกัด มากกว่า 10 สกุลไฟล์ เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
7. PhotoScape Windows ไม่จำกัด JPG, PNG, TIF, BMP และ GIF เป็นโปรแกรมแบบติดตั้ง
8. Pixlr X Windows, macOS, Linux (บนเบราว์เซอร์) 3,840 x 3,840 px JPG และ PNG HTML5
9. Adobe Photoshop Express Editor Windows, macOS, Linux (บนเบราว์เซอร์) 16 MB. JPG เท่านั้น Flash
10. PiZap Windows, macOS, Linux (บนเบราว์เซอร์) 1,310 x 737 px JPG และ PNG ใช้งานได้ทั้งสองแบบ

จากตารางด้านบนจะเห็นได้ว่า โปรแกรม GIMP จะมีฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งานที่ค่อนข้างครบครันมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งในระดับ Layers, การจัดการภาพหลายภาพพร้อมกัน, และรองรับปลั๊กอินที่ทำให้ยืดหยุ่นในการใช้งานตามความต้องการ

ส่วนถ้าใครอยากได้ทางเลือกอื่นนอกจาก GIMP แล้ว สำหรับการใช้งานเพื่อแก้ไขในระดับ Layers ก็จะมีโปรแกรม Photo Pos Pro และ Paint.NET ที่รองรับและเป็นตัวเลือกการใช้งานส่วนนี้ แต่ถ้าต้องการจัดการภาพหลายภาพพร้อมกัน โปรแกรม Ashampoo Photo Optimizer, Fotor, และ PhotoScape ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

 
ต้นฉบับ :
review.thaiware.com
ที่มา :
www.techradar.com

บทความ Adobe Creative Cloud เพิ่มเติม

logo_tk
14 แอปพลิเคชันวาดรูป วาดภาพ ที่ดีที่สุดบน iPad และ Apple Pencil
logo_tk
DCI-P3, Rec.709, NTSC, sRGB, Adobe RGB, Rec.2020 คืออะไร ? ต่างกันอย่างไร ?
logo_tk
ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (E-Signature) คืออะไร ? พบกับประวัติ ประเภท ประโยชน์ และโปรแกรมที่ใช้
All Rights Reserved. Copyright 1999-2021